กลุ่มการเงินญี่ปุ่น เจ้าของธนาคาร SMBC รวมถึงธุรกิจบัตรเครดิตและหลักทรัพย์
Asset Plus Nippon Growth Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 4 พ.ย. 2569
ASP-NGF ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Nippon Growth (UCITS) Fund 102.01%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
กลุ่มการเงินญี่ปุ่น เจ้าของธนาคาร SMBC รวมถึงธุรกิจบัตรเครดิตและหลักทรัพย์
กลุ่มการเงินของญี่ปุ่น เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาในไทย
สินเชื่อรายย่อย เช่าซื้อ และบัตรเครดิต
บริษัทการค้าญี่ปุ่นทำธุรกิจหลากหลาย ทั้งอาหาร สิ่งทอ พลังงาน เหมือง และร้าน FamilyMart
กลุ่มการเงินญี่ปุ่น ทำธุรกิจลีสซิ่ง ประกัน ธนาคาร พลังงาน และอสังหาฯ ในหลายประเทศ
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (102.01% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · หนังสือชี้ชวนส่วนสรุป ASP-NGF · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% แรกของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +22.83% ต่อปี (25% แรกของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ ES-JPNAE-A +35.81%
อันดับ 1 คือ SCBNK225E +26.16% ต่อปี
กองนี้ได้ผลตอบแทนสูงสุดในกลุ่ม
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Japan Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 4 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +13.57% | −0.43% | +0.40% | −0.81% | −1.99% | +4.76% | +21.03% | +87.22% | +179.64% | +246.60% | +327.39% | +244.91% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +5.2 | +11.9 | −11.1 | +3.6 | +2.0 | +1.7 | +3.1 | +2.0 | −0.9 | −2.6 | −0.6 | · | +13.6* |
| 2568 | +0.6 | −3.0 | +1.0 | −0.1 | +6.0 | −0.6 | +3.6 | +7.9 | +3.2 | +2.4 | +5.8 | +0.7 | +30.6 |
| 2567 | +10.0 | +5.8 | +6.9 | +0.4 | +1.5 | +1.2 | +0.8 | −6.2 | −2.1 | +1.7 | +2.6 | +3.7 | +28.7 |
| 2566 | +4.6 | +3.8 | −0.8 | +2.6 | +3.1 | +8.9 | +4.0 | +2.5 | +2.4 | −3.9 | +2.4 | −2.2 | +30.5 |
| 2565 | +0.8 | +3.6 | +7.1 | −2.6 | +2.0 | −3.1 | +3.2 | +2.1 | −7.4 | +3.5 | +6.6 | −1.9 | +13.7 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −53.42% จุดสูงสุดเดิม 2 มี.ค. 2550 (NAV 10.4783) → ต่ำสุด 19 มี.ค. 2552 (NAV 4.8812) · กลับเท่าทุน 21 พ.ค. 2558 ใช้เวลาฟื้นตัว 6 ปี 2 เดือน
ปัจจุบัน −5.27% จาก NAV สูงสุด 36.4088 (1 ก.ย. 2569)
ช่วง 5 ปี ASP-NGF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 1.21 อันดับ 1 จาก 29 กอง · สูงสุดคือ ASP-NGF (1.21)
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ EINGROB ID 102.01% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 22 มิ.ย. 2549 NAV เคยลดลงสูงสุด −53.42% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.40% ต่อปี จากเพดาน 10.70% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.07% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.50% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 14:00 น. คำสั่งขายถึง 14:00 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+6
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 89.49% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน