ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
Bualuang US Alpha Super Savings Fund
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 4 พ.ย. 2569
B-USALPHASSF ลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds - US Growth Fund 99.59%
กองนี้และกองหลักต่างมีค่าธรรมเนียมของตัวเอง ดูค่าธรรมเนียมจริงในส่วนค่าธรรมเนียมของหน้านี้
ชิปประมวลผลที่อยู่เบื้องหลังแชตบอตและบริการคลาวด์ รวมถึงการ์ดจอเล่นเกม
บริษัทแม่ของ Google เจ้าของ YouTube, Android, Gmail และ Google Cloud
ผู้ผลิต iPhone, Mac, iPad และ Apple Watch พร้อมบริการอย่าง App Store และ iCloud
ออกแบบชิปเครือข่าย ชิป AI ตามสั่งให้บริษัทเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ VMware
บริษัทออกแบบชิปประมวลผล Ryzen การ์ดจอ Radeon และชิปสำหรับศูนย์ข้อมูล AI
เจ้าของ Windows, Microsoft 365, คลาวด์ Azure, เครื่องเกม Xbox และ LinkedIn
ยาเบาหวานและยาลดน้ำหนัก
เจ้าของ Facebook, Instagram และ WhatsApp รวมถึงแว่นอัจฉริยะและเทคโนโลยี AI
ผลิตชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND รวมถึงหน่วยความจำ HBM สำหรับชิป AI
บริษัทสหรัฐฯ ตรวจ DNA จากเลือด ใช้คัดกรองทารกในครรภ์ ติดตามมะเร็ง และการปลูกถ่ายอวัยวะ
คิดจากสัดส่วนกองทุนหลักในมูลค่ากองทุน (99.59% ณ 30 ก.ย. 2569) × สัดส่วนหุ้นในกองทุนหลัก · หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · Factsheet ของ JPMorgan · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ข้อมูล ณ 30 ก.ย. 2569 · แสดง 6 รายการสูงสุด ส่วนที่เหลือรวมเป็นอื่น ๆ · ตาม Factsheet ของ JPMorgan · ประเทศคิดจากชื่อกองทุนที่ลงทุนประเทศเดียว
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% สุดท้ายของกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ +12.23% ต่อปี (ต่ำกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +25.92%
อันดับ 1 คือ K-US500X-C(A) +26.95% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC US Equity เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 4 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| −1.07% | −3.97% | −3.14% | −7.04% | +0.30% | −0.46% | −6.19% | +41.35% | +19.06% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | −2.6 | −3.7 | −4.0 | +10.4 | +7.0 | +0.1 | −7.8 | +3.0 | +4.9 | −5.2 | −1.5 | · | −1.1* |
| 2568 | +2.8 | −5.3 | −8.2 | −0.2 | +7.2 | +5.5 | +3.9 | −0.9 | +5.3 | +3.4 | −4.0 | −1.4 | +7.2 |
| 2567 | +6.0 | +7.2 | +2.5 | −3.1 | +1.4 | +6.7 | −6.0 | +0.2 | −1.6 | +3.4 | +6.1 | −0.4 | +23.8 |
| 2566 | +2.3 | +1.8 | +2.5 | −0.2 | +5.8 | +6.1 | +1.4 | −0.3 | −3.3 | −4.6 | +9.3 | +2.8 | +25.4 |
| 2565 | −10.6 | −4.7 | +5.6 | −8.0 | −4.2 | −7.0 | +7.5 | +1.2 | −5.9 | +4.3 | −3.9 | −5.2 | −28.1 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −29.79% จุดสูงสุดเดิม 28 ธ.ค. 2564 (NAV 8.8627) → ต่ำสุด 5 ม.ค. 2566 (NAV 6.2223) · กลับเท่าทุน 9 ก.พ. 2567 ใช้เวลาฟื้นตัว 1 ปี 1 เดือน
ปัจจุบัน −8.38% จาก NAV สูงสุด 11.3505 (6 ต.ค. 2569)
ช่วง 3 ปี B-USALPHASSF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.67 อันดับ 32 จาก 44 กอง · สูงสุดคือ K-US500X-A(A) (1.17)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 0.6600 บาทต่อหน่วย หรือ 6.35% ของ NAV
B-USALPHASSF จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 3 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 11.7628 → 10.3992 บาท (3 พ.ย. 2568 – 3 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน · จ่ายมากกว่าที่กองทำได้ในปีนี้ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสมก่อนหน้าหรือเงินต้น
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 7 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
กองทุนมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ JPMorgan Funds - US Growth Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน JPM US Growth I (acc) - USD เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ JPMorgan Funds - US Growth Fund 99.59% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศเป็นหลักโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 2564 NAV เคยลดลงสูงสุด −29.79% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.56% ต่อปี จากเพดาน 3.48% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.34% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.3600 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 9 มิ.ย. 2569 จ่าย 16 มิ.ย. 2569 · จ่ายมาแล้ว 7 ครั้ง รวม 1.4800 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
ป้องกันค่าเงินตามดุลยพินิจ ณ 30 ก.ย. 2569 ป้องกันไว้ 44.75% ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน · กองทุนลงทุนในต่างประเทศ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน