อันดับ 1 คือ LHTHAIESGX-LT +18.57%
LH INCOME PLUS FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 4 พ.ย. 2569
LHIP-D ผสมหลายสินทรัพย์ในกองเดียว เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และเงินสด สัดส่วนปรับตามนโยบายของกอง
แสดง 5 รายการสูงสุดตาม Factsheet ของ บลจ. · สัดส่วนแต่ละสินทรัพย์เปลี่ยนได้ตามที่ผู้จัดการกองทุนปรับพอร์ต
ปีที่ผ่านมาอยู่ใน 25% แรกของกลุ่ม ส่วน 5 ปีได้ +1.18% ต่อปี (ดีกว่าครึ่งกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ LHTHAIESGX-LT +18.57%
อันดับ 1 คือ tsp3-balancer +11.71% ต่อปี
อันดับ 1 คือ MIPLUS-SSF +6.38% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Moderate Allocation เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 4 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | 5Y | 7Y | 10Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +9.19% | −0.42% | −0.29% | −1.24% | −2.14% | +3.35% | +11.53% | +11.30% | +6.03% | −2.85% | +17.23% | +25.48% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +0.5 | +5.4 | −3.1 | +2.9 | +1.2 | +1.6 | +2.9 | −0.2 | −0.9 | −1.6 | +0.5 | · | +9.2* |
| 2568 | −3.2 | −1.2 | −1.4 | −0.5 | +0.8 | −3.4 | +3.4 | +0.6 | +3.0 | +0.2 | −0.4 | +2.2 | −0.2 |
| 2567 | −1.9 | +0.4 | +0.4 | −0.9 | −1.5 | −2.3 | +1.9 | +2.1 | +3.4 | −0.5 | −0.8 | −0.3 | −0.1 |
| 2566 | +0.3 | −1.5 | −1.1 | −1.2 | +0.5 | −1.4 | +0.9 | +1.5 | −2.3 | −3.9 | +1.3 | +2.2 | −4.5 |
| 2565 | −0.4 | +0.8 | +0.5 | +0.2 | −2.1 | −4.1 | +1.0 | +1.5 | −1.8 | +1.7 | +1.6 | +0.9 | −0.4 |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −22.44% จุดสูงสุดเดิม 15 ต.ค. 2562 (NAV 9.7999) → ต่ำสุด 22 ต.ค. 2563 (NAV 7.6006) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 5 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −3.99% จาก NAV สูงสุด 9.7999 (15 ต.ค. 2562)
ช่วง 5 ปี LHIP-D ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน 0.19 อันดับ 20 จาก 49 กอง · สูงสุดคือ MIPLUS-G (0.99)
ใน 12 เดือนที่ผ่านมาจ่าย 2 ครั้ง รวม 0.2000 บาทต่อหน่วย หรือ 2.13% ของ NAV
LHIP-D จ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดให้ผู้ถือหน่วย โดยนำกำไรส่วนหนึ่งของกองทุนออกมาจ่าย ด้านล่างสรุปว่าได้เมื่อไร ได้เท่าไร และจ่ายสม่ำเสมอแค่ไหน
บาท/หน่วย รวมตามปีที่จ่าย · * ปี 2569 ถึง 5 พ.ย. 2569
คิดจาก NAV 8.6180 → 9.4086 บาท (5 พ.ย. 2568 – 5 พ.ย. 2569) และเงินปันผลในช่วงเดียวกัน
มูลค่ารวมของผู้ถือหน่วยไม่ได้หายไป แต่ย้ายส่วนหนึ่งจากราคา NAV มาเป็นเงินสด (ตัวอย่างสมมติว่าราคาทรัพย์สินไม่เปลี่ยนในวันนั้น) · ดูป้าย D บนกราฟ NAV
บาท/หน่วย ตามวันปิดสมุดทะเบียน
วันปิดสมุดทะเบียน 0 จาก 27 ครั้งตรงกับ SEC dividend-history · ที่เหลืออนุมานจากวันที่ NAV ลดลงเท่าเงินปันผล
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารดังต่อไปนี้ ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ครั้งที่ 12 7.95% · หน่วยลงทุน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ 7.42% · หน่วยลงทุน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท 6.75% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 5 จาก 8 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) คือลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ และ/หรือทรัพย์สินทางเลือก โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนน้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 11 พ.ค. 2559 NAV เคยลดลงสูงสุด −22.44% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 1.92% ต่อปี จากเพดาน 3.75% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 1.61% ค่าธรรมเนียมการขาย 1.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
จ่าย ครั้งล่าสุด 0.1000 บาท/หน่วย ปิดสมุดทะเบียน 17 ก.ค. 2569 จ่าย 24 ก.ค. 2569 · จ่ายมาแล้ว 27 ครั้ง รวม 2.8900 บาท/หน่วย เงินปันผลถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และไม่รับประกันการจ่าย
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ ไม่กำหนด ครั้งถัดไป ไม่กำหนด ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+4
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · LHIP-D: จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 1.92% · LHIP-A: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · LHIP-R: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน