น้ำประปาและไฟฟ้าสำหรับนิคมอุตสาหกรรม
TALIS MID-SMALL CAP EQUITY FUND
บอกตำแหน่งของกองนี้ในกลุ่ม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน · ข้อมูล ณ 4 พ.ย. 2569
TLMSEQ-SSF ซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยตรง
น้ำประปาและไฟฟ้าสำหรับนิคมอุตสาหกรรม
ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการรัฐและเอกชน
บริษัทไทยให้บริการเรือขนส่งน้ำมันและเรือสนับสนุนงานขุดเจาะในอ่าวไทย
ศูนย์การค้า MBK Center และธุรกิจให้เช่าพื้นที่
ร้านขายของใช้และของแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
คิดจากสัดส่วนของกองทุน · 5 อันดับแรก หุ้น ณ 30 ก.ย. 2569 · Factsheet ของ บลจ. · ภาพประกอบเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การแนะนำหุ้นรายตัว
ปีที่ผ่านมาดีกว่าครึ่งกลุ่ม ส่วน 3 ปีได้ −6.92% ต่อปี (25% สุดท้ายของกลุ่ม)
อันดับ 1 คือ ONE-MIDSMALL +34.41%
อันดับ 1 คือ KKP SM CAP +3.03% ต่อปี
แต่ละแท่งคือกองทุน 1 กองในกลุ่ม AIMC Equity Small - Mid Cap เรียงจากผลตอบแทนสูงไปต่ำ · นับทุกชนิดหน่วย และนับเฉพาะกองที่มีผลงานครบช่วงนั้น · คำนวณจาก NAV ณ 4 พ.ย. 2569
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
| YTD | 1W | 2W | 1M | 3M | 6M | 1Y | 3Y | MAX |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| +33.12% | +1.60% | +0.53% | +1.12% | −0.26% | +18.41% | +27.90% | −19.38% | −38.63% |
ผลตอบแทนรวมตลอดช่วง ตามช่วงเวลาเดียวกับกราฟ NAV · ไม่ต่อปี
| ปี | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2569 | +2.3 | +12.6 | −8.0 | +4.9 | +6.8 | +6.3 | +5.8 | +2.0 | −3.5 | −1.2 | +2.4 | · | +33.1* |
| 2568 | −14.6 | −4.3 | −4.4 | +0.4 | −5.4 | −5.8 | +8.8 | −0.3 | +5.0 | −6.2 | −5.7 | −0.0 | −29.7 |
| 2567 | −1.9 | +0.5 | +2.7 | +0.2 | −2.9 | −3.5 | −5.9 | +0.5 | +4.7 | −0.9 | −4.6 | −1.7 | −12.6 |
| 2566 | +7.8 | −8.3 | −4.7 | −7.2 | +1.8 | −7.0 | +5.2 | +8.0 | −7.0 | −10.5 | −0.2 | +2.1 | −20.1 |
| 2565 | · | · | · | · | · | · | · | · | · | · | −4.7 | −1.6 | −6.2* |
ขาดทุนสูงสุดในช่วงที่เลือก −56.73% จุดสูงสุดเดิม 6 ก.พ. 2566 (NAV 19.9092) → ต่ำสุด 23 มิ.ย. 2568 (NAV 8.6149) · ยังไม่กลับเท่าทุน ณ 5 พ.ย. 2569
ปัจจุบัน −40.09% จาก NAV สูงสุด 19.9092 (6 ก.พ. 2566)
ช่วง 3 ปี TLMSEQ-SSF ได้ผลตอบแทนต่อความผันผวน -0.40 อันดับ 20 จาก 27 กอง · สูงสุดคือ KKP SM CAP (0.17)
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ โดยเป็นไปในลักษณะที่ส่งผลให้กองทุนมี net exposure ในตราสารทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80… ทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ 4.55% · บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 4.07% · บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) 4.03% (Factsheet 30 ก.ย. 2569)
ความเสี่ยงระดับ 6 จาก 8 (เสี่ยงสูง) คือลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2565 NAV เคยลดลงสูงสุด −56.73% จากจุดสูงสุด
ค่าใช้จ่ายรวมที่เก็บจริง 2.32% ต่อปี จากเพดาน 3.85% ค่าธรรมเนียมการจัดการ 2.14% ค่าธรรมเนียมการขาย 0.00% ค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน 0.00% (Factsheet 31 ส.ค. 2569)
ไม่จ่ายเงินปันผล กำไรหรือขาดทุนสะสมอยู่ในราคา NAV ผู้ลงทุนรับผลตอบแทนเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน
ซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ 1,000 บาท ครั้งถัดไป 1,000 บาท ส่งคำสั่งซื้อได้ถึง 15:30 น. คำสั่งขายถึง 15:30 น. และได้รับเงินค่าขายคืน T+3
เป็นชนิดหน่วยลงทุนของโครงการเดียวกัน ลงทุนในทรัพย์สินเดียวกัน ต่างกันที่เงื่อนไขของแต่ละชนิด เช่น นโยบายเงินปันผล ค่าธรรมเนียม หรือผู้ลงทุนที่ซื้อได้ · TLMSEQ-SSF: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.32% · TLMSEQ-A: ไม่จ่ายเงินปันผล ค่าใช้จ่ายรวม 2.31% · TLMSEQ-D: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน · TLMSEQ-P: ดูเงื่อนไขในหนังสือชี้ชวน
ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต · การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน